ทรัพย์สินอะไรบ้างที่มูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลา
ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มจะช่วยในการวางแผนการเงินและการลงทุน แถมยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่พอร์ต หรือ การเติบโตก็จะยิ่งมากเท่านั้น โดยที่ไม่ต้องมานั่งวางแผน หรือ ทำอะไรให้ปวดหัว แค่ซื้อแล้วถือไปเฉยๆเท่านั้นครับ
ทรัพย์สินที่มูลค่า "เพิ่มขึ้น" ตามเวลา
อสังหาริมทรัพย์ (บ้าน ที่ดิน คอนโด)
- มูลค่าเพิ่มขึ้นตามทำเล การพัฒนาเมือง และความต้องการในตลาด
- ที่ดินในเมืองใหญ่หรือติดถนนใหญ่ มักมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ
- บ้านมือสองถ้าดูแลดี อยู่ในทำเลดี ก็มีสิทธิ์มูลค่าเพิ่ม
ทองคำ
- เป็นทรัพย์สินที่นิยมใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
- มีแนวโน้มมูลค่าเพิ่มในระยะยาว แม้อาจผันผวนในระยะสั้น
หุ้น
- หากเลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีพื้นฐานดี มีกำไรต่อเนื่อง มูลค่าหุ้นจะเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของบริษัท
- หุ้นปันผลก็เป็นแหล่งรายได้ที่ดีควบคู่ไปกับการเพิ่มมูลค่า
กองทุนรวม (โดยเฉพาะกองทุนหุ้น/กองทุนอสังหา)
- เป็นการรวมทรัพย์สินที่มีโอกาสเติบโตไว้ในพอร์ตเดียว
- มูลค่าเพิ่มตามผลงานของสินทรัพย์ที่ลงทุนไว้
ของสะสมบางประเภท
- เช่น นาฬิกาหรู (Rolex, Patek Philippe), รถคลาสสิก, เหรียญหายาก, พระเครื่อง ฯลฯ
- ขึ้นอยู่กับ “ความนิยม”, “ความหายาก”, และ “สภาพของของ”
งานศิลปะ
- งานจากศิลปินดัง หรือมีประวัติและความเป็นมา
- มูลค่าเพิ่มขึ้นตามชื่อเสียงและความต้องการของตลาด
แบรนด์ส่วนตัว (Personal Brand) หรือความสามารถเฉพาะตัว
- เช่น ทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ที่สามารถต่อยอดสร้างรายได้และมูลค่าทางธุรกิจได้ (ยิ่งนานยิ่งมีประสบการณ์ ยิ่งมีคุณค่า)
ทรัพย์สินเหล่านี้ควรขายเมื่อไหร่ หรือ ควรถือตลอดชีวิต
“ทรัพย์สินที่มูลค่าเพิ่ม ควรถือไว้… ตราบใดที่ยังให้ประโยชน์ หรือมีแนวโน้มเติบโตต่อได้”
แต่ถ้าเงื่อนไขเหล่านี้เปลี่ยนไป ควรพิจารณา “ขายออก”
เพราะ
- เปลี่ยนไปลงทุนอย่างอื่นที่คุ้มกว่า
- ลดความเสี่ยง
- ใช้จ่ายเงินตามเป้าหมายชีวิต
ทรัพย์สินแต่ละประเภท ควรถือยาวหรือขายตอนไหน?
- อสังหาริมทรัพย์ (บ้าน/ที่ดิน/คอนโด)
ควรถือต่อ ถ้า:
- อยู่ในทำเลที่มูลค่ายังเพิ่ม
- มีรายได้จากการปล่อยเช่า
- ไม่มีภาระซ่อมบำรุงหนัก
ควรขาย เมื่อ:
- ต้องการใช้เงินก้อนเพื่อเป้าหมายใหญ่ (เช่น เกษียณ, ลงทุนธุรกิจ)
- ที่ดินเริ่มถูกเวนคืน หรือตลาดซบเซา
- ภาษีทรัพย์สินสูงขึ้นจนไม่คุ้มถือ
- ทองคำ
ควรถือต่อ ถ้า:
- ใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงระยะยาว
- ยังไม่มีเหตุให้ใช้เงินหรือไม่มีทรัพย์สินอื่นที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า
ควรขาย เมื่อ:
- ราคาทองขึ้นแรงและใกล้จุดสูงสุดของรอบ
- มีเป้าหมายใช้เงิน
- พบโอกาสลงทุนอื่นที่สร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า
- หุ้น / กองทุน
ควรถือต่อ ถ้า:
- หุ้นยังมีแนวโน้มเติบโตดี
- ยังไม่ถึงเป้าหมายการเงิน
- เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อเกษียณ
ควรขาย เมื่อ:
- ราคาพุ่งเกินพื้นฐานบริษัท
- บริษัทเริ่มมีผลประกอบการแย่ต่อเนื่อง
- ต้องการปรับพอร์ตหรือลดความเสี่ยง
- ของสะสม / งานศิลปะ
ควรถือต่อ ถ้า:
- ยังไม่มีตลาดรองรับราคาที่คุณต้องการ
- ใช้เก็บเพื่อความชอบส่วนตัวมากกว่าหวังขาย
- มีแนวโน้มราคาขึ้นอีก
ควรขาย เมื่อ:
- มีคนยื่นราคาดี (Rare Opportunity)
- เริ่มมีค่าใช้จ่ายดูแลสูง
- ไม่มีความชอบแล้ว หรือต้องการเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินสด
สรุป
ไม่ใช่ทุกทรัพย์สินจะเพิ่มมูลค่า “โดยอัตโนมัติ” ต้อง เลือกให้ถูกประเภท และ ดูแลอย่างเหมาะสม และที่แนะนำก็จะเป็น 5 ข้อด้านบนครับ ส่วนใครอยากหาเงินเพิ่มก็แนะนำที่ Global Lotto นะครับ